About

สำหรับเรา อาหารเป็นเรื่องที่ลึกล้ำ … ทั้ง ลึกในรส และลึกในเรื่องราว

เพียงขุดลงไปถึงที่มาของวัตถุดิบหนึ่งอย่าง เราอาจพบเกษตรกรหนึ่งครอบครัว วิธีการเพาะปลูกของพื้นที่หนึ่ง ระบบนิเวศหนึ่งผืน ธุรกิจที่รับช่วงต่ออีกหลายทอด ก่อนทั้งหมดจะเดินทางมาเป็นอาหารหนึ่งจานตรงหน้าเรา

นอกจากสรรพสิ่งบนจานจะเดินทางไกลผ่านฤดูกาลก่อนมาถึงโต๊ะอาหาร ผลลัพธ์ของจานนั้นๆ ก็เดินทางต่อไปไกลไม่น้อย

มันอาจเป็นส่วนหนึ่งที่พาเราเข้าใกล้หรือออกห่างโรงพยาบาล รายได้จากจานอาหารเดินทางกลับสู่ผู้ผลิต สถิติการขายกำหนดทิศทางของธุรกิจ การใช้ทรัพยากรตั้งแต่ผู้คน ผลผลิต ไปจนถึงสิ่งแวดล้อม

ยิ่งในประเทศไทย อาหารคือการตัดสินใจที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกในทุกวัน

งานสำรวจปี 2024 ในไทยพบว่า 76% ของผู้ตอบกินอาหารนอกบ้านอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และ 25% กินนอกบ้านทุกวัน; ในการสำรวจเดียวกันระดับเอเชียแปซิฟิก ไทยมีสัดส่วนผู้ตอบที่กินนอกบ้านทุกวันสูงเป็นอันดับสองรองจากไต้หวัน ขณะที่ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2024 พบว่าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ค่าใช้จ่ายอาหารนอกบ้านมีสัดส่วนถึง 31.1% ของค่าใช้จ่ายอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบของครัวเรือน ซึ่งสูงกว่าภูมิภาคอื่นอย่างชัดเจน

อาหารหนึ่งจานอาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่เมื่อมันเกิดขึ้นหลายล้านครั้งทุกวัน มันคือระบบแบบหนึ่ง

และนั่นคือเหตุผลที่เราเลือกทำงานเรื่องอาหาร

เราทำงานเพื่อทำให้ความเชื่อมโยงที่ซ่อนอยู่ในอาหารมองเห็นได้ ผ่านการสื่อสาร เรื่องเล่า องค์ความรู้ และประสบการณ์ที่ทำให้เรื่องสุขภาพ ธุรกิจ เกษตรกรรม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และนโยบาย ไม่ได้ถูกพูดถึงแยกออกจากกัน

ขณะเดียวกัน เราเชื่อว่าการสื่อสารเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เมื่อ คนที่อยู่คนละส่วนของระบบได้มาเจอกัน

เราจึงทำงานร่วมกับและช่วยขับเคลื่อนเครือข่าย Balanced and Diverse Food System Network (BDFS) ที่เชื่อมเกษตรกร ผู้ผลิต เชฟ ร้านอาหารและโรงแรม นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ภาคธุรกิจ ภาครัฐ นักสื่อสาร และภาคประชาชน เพื่อให้ความรู้เดินทางข้ามวงการ เกิดบทสนทนาใหม่ เกิดพันธมิตรใหม่ และท้ายที่สุดเกิดการลงมือทำร่วมกัน

เราไม่ได้ต้องการเพียงเล่าเรื่องว่าอาหารที่ดีควรเป็นอย่างไร แต่ต้องการสร้างพื้นที่ที่ช่วยให้ คนที่ปลูก คนที่ผลิต คนที่ขาย คนที่เสิร์ฟ คนที่กำหนดนโยบาย และคนที่กิน มองเห็นว่าทุกคนกำลังอยู่ในเรื่องราวเดียวกัน และทุกการตัดสินใจสามารถช่วยขยับระบบอาหารไปในทิศทางที่สมดุล หลากหลาย และยั่งยืนขึ้นได้

…โดยไม่ต้องแลกกับความอร่อย !

ความอร่อยไม่ใช่สิ่งตายตัว ลิ้นของเราถูกฝึกมาเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว อาหารที่คนรุ่นหนึ่งเคยหลงรัก อาจกลายเป็นรสที่คนอีกรุ่นไม่คุ้นเคย และสิ่งที่เราคิดว่า “อร่อย” ในวันนี้ ก็อาจเป็นเพียงรสที่เราเคยชินกับมันมานานเกินไป

ลิ้นของคนไทยเดินทางมาไกลกับความหวานจัด เค็มจัด และรสที่ต้องดังพอจะแย่งความสนใจจากทุกอย่างรอบตัว ในขณะที่ความอร่อยแบบความปราณีต อย่างความหวานของผักบางชนิด ความมันของถั่ว กลิ่นของข้าวใหม่ รสเปรี้ยวที่เกิดจากฤดูกาล หรือรสธรรมดาของวัตถุดิบที่ไม่ได้พยายามจะแข่งกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว กลับหาได้ยากขึ้น

ถ้าลิ้นถูกฝึกให้ชอบรสหนึ่งได้ มันก็ค่อย ๆ เรียนรู้รสอีกแบบได้เหมือนกัน และบางที การเปลี่ยนระบบอาหารอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการบอกให้ใคร “เสียสละ” ความอร่อย แต่อาจเริ่มจากการเปิดพื้นที่ให้เราได้ค้นพบว่าความอร่อยแบบอื่นยังมีอยู่ และใครจะรู้ เราอาจจะเริ่มหลงรักมันแล้วก็ได้